ENTERTAINMENT

กว่าจะมาเป็นดาว เส้นทางของนักร้องนักมวยที่ชื่อ "กระแต อาร์สยาม"

04.06.2019

ถ้าพูดถึงชื่อ "กระแต อาร์สยาม" คอเพลงลูกทุ่งคงจะคุ้นหูกันดีกับชื่อเสียงของเธอคนนี้ เพราะต้องบอกว่าเป็นอีกสาวที่มีความสามารถรอบด้านทั้งด้านเสียงร้องและลีลาการเต้น เรียกว่าขึ้นเวทีเมื่อไหร่ ก็เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนเพลงได้ทุกที นอกจากบทบาทการเป็นนักร้องของกระแตแล้ว ยังมีอีกบทบาทหนึ่งที่หลายคนอาจไม่คุ้นเคย เธอคนนี้เคยเป็นถึงอดีตแชมป์มวยไทยหญิงแห่งประเทศไทยที่ใช้ชื่้อในวงการหมัดมวยว่า "น้ำหวานน้อย ศ.อาร์สยาม" และ "น้ำหวานน้อย ศักดิ์บุญมา"

 

 

ก่อนที่จะจับไมค์เป็นลูกทุ่งสาวเสียงดีอย่างทุกวันนี้ กระแต หรือ นิภาพร แปงอ้วน ชื่อจริงของเธอ เริ่มรู้จักมวยไทยเพราะเมื่อสมัยเด็กๆ ได้มีโอกาสติดตามพ่อไปดูมวยเป็นประจำ บวกกับนิสัยส่วนตัวที่คล้ายคลึงกับเด็กผู้ชาย ชอบเล่นอะไรโลดโผนจึงทำให้เธอชื่นชอบมวยไปด้วย จนกระทั่งอายุ 12 ปี กระแตได้มีโอกาสขึ้นสังเวียนชกมวยนัดแรกเพียงเพราะว่านักชกหญิงที่ต้องลงแข่งไม่ครบจำนวน พ่อเลยส่งเธอขึ้นชก ผลการแข่งขันครั้งนั้นเธอเป็นฝ่ายชนะน็อคยก 2 ได้เงินรางวัลมา 300 บาท แต่เหตุการณ์ในครั้งนี้ สองพ่อลูกก็ต้องเก็บเป็นความลับเพราะไม่ต้องการให้แม่รู้ เธอแอบไปชกอีกเรื่อยๆ พ่อของกระแตจึงตั้งค่ายมวยเล็กๆ ขึ้นมามีกระสอบทราย 2 ใบ ใช้ชื่อค่ายมวยว่า "ศักดิ์บุญมา" และส่งกระแตขึ้นชกในชื่อ "น้ำหวานน้อย ศักดิ์บุญมา" ซึ่งชื่อน้ำหวานนี้ก็มาจากชื่อเล่นของแม่เธอนั่นเอง

 

 

ฝีไม้ลายมือจากการที่ขึ้นสังเวียนชกมาหลายครั้งทำให้กระแตได้แชมป์มวยไทยหญิงประเทศไทย รุ่น 45 กิโลกรัม เมื่อเดือนเมษายน 2545 โดยมีสถิติการชกอยู่ที่ขึ้นชก 24 ครั้ง ชนะ 21 ครั้ง แพ้ 3 ครั้ง แม้ว่ากระแตจะไม่ใช่มวยไทยหญิงที่เก่งที่สุดของวงการมวยไทย แต่ทีเด็ดของเธอทั้งลูกเล่นและลีลาเมื่ออยู่บนเวทีก็ทำให้น่าจับตามองอยู่ไม่น้อยเธอบอกว่า เธอไม่เคยถอดใจเมื่อต้องเจอกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง ลีลาการชกของเธอที่เป็นจุดเด่นก็คือลูกเตะเร็ว ฉลาด และมีลูกพลิกแพลง ต้องบอกว่าลูกถีบลูกเตะคืออาวุธร้ายประจำตัวเธอเลยก็ว่าได้ 

 

 

ในการแข่งขันมวยไทย ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2545 เธอชนะคะแนน ฟ้าสั่ง ส.พรานไพร ที่จัดขึ้นในจังหวัดฉะเชิงเทรา ต่อมาในรายการชิงแชมป์มวยไทยหญิงนานาชาติรุ่นฟลายเวท ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2546 เธอได้พบกับฮิซะเอะ วะตะนะเบะ โดยกระแตเป็นฝ่ายแพ้คะแนน ส่วนการแข่งขันที่จัดขึ้นที่เดอะมอลล์งามวงศ์วาน ในวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2547 เธอได้พบกับ อายูมิ อินแกรมยิม ซึ่งการแข่งขันในครั้งดังกล่าว กระแตเป็นฝ่ายชนะคะแนน ต่อมา กระแตได้เดินทางไปแข่งขันที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น กระแตได้พบกับคู่ชกที่มีชื่อว่า โอชิมา ชิมากิ ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้ กระแตเป็นฝ่ายชนะคะแนน ประมาณสองเดือนต่อมา ในวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2547 ได้มีการแข่งขันที่สนามหลวง กระแตได้พบกับคู่ชกชาวญี่ปุ่นอีกรายที่มีชื่อว่า มาอิโกะ ฮาซูยามา ซึ่งกระแตเป็นฝ่ายชนะด้วยคะแนนเช่นเดียวกัน

 


หันหน้าเข้าสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัว
นอกจากความชอบเรื่องหมัดมวยแล้ว สาวคนนี้ยังมีเสียงร้องที่ไพเราะไม่แพ้ใครและถือเป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่เธอประสบความสำเร็จ กระแตเคยเข้าประกวดร้องเพลงตั้งแต่อายุ 7 ขวบ จนได้รับรางวัลชนะเลิศมาหลายเวที กระทั่งปัจจุบันเธอเป็นนักร้องลูกทุ่งชื่อดังของบริษัท อาร์สยาม ผลงานที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักก็คือเพลง "ไม่ได้ตั้งใจดำ" และต่อมาเธอก็ได้ออกอัลบั้มเดี๋ยวชุดแรกโดยใช้ชื่้อว่า "เปิดใจสาวแต" ซึ่งจากผลงานในครั้งนี้ทำให้เธอได้รับรางวัลนักร้องหน้าใหม่ยอดนิยมหลายรายการ กระแตถือได้ว่าเป็นนักร้องที่มีพัฒนาการทางการร้องและการเต้นอยู่ตลอดเวลาจึงส่งผลให้เธอได้รับเลือกเป็นศิลปินฑูตกีฬา ประเภทมวยสากล จากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

 


จากซิงเกิ้ลแรกเมื่อ 15 ปีก่อน ที่ทำให้เธอแจ้งเกิดในวงการคนลูกทุ่งอย่างเต็มตัว จนถึงตอนนี้เธอสามารถพิสูจน์ตัวเองได้แล้วว่าไม่ใช่เพียงแต่เส้นทางบนผืนผ้าใบเท่านั้นที่เธอจะทำได้ แต่เส้นทางการในวงการบันเทิง เธอก็พัฒนาตัวเองและทำได้ดีไม่น้อยหน้าใครกับผลงานเพลง ละคร ภาพยนตร์ หรือแม้แต่การเต้นฮิปฮอป ป๊อบแดนซ์ จนทำให้เธอเป็นที่ยอมรับในฐานะราชินีแดนซ์คนล่าสุดของเมืองไทย

 

 

Comment