FIGHT & MARTIAL ARTS

Art of the Fight - กลยุทธ์โค่น บัวขาว บนสังเวียน MMA

16.06.2017

หลังจากที่มีกระแสข่าวว่า บัวขาว ตอบรับคำท้า อี้หลง นักสู้ชาวจีนที่ เคยพ่ายแก่บัวขาวมาก่อน ว่าขอเจอในสังเวียนการต่อสู้แบบผสม ผสาน Mixed Martial Arts หรือ MMA รวมไปถึงทางค่ายบัญชาเมฆ ตอนนี้ก็ได้มีการติดตั้งกรง MMA เพื่อใช้ในการฝึกซ้อม ทำให้ได้รับ ความสนใจในโลกสื่อ online มีการแสดงความคิดเห็นทั้งในเชิงบวก และเชิงลบเป็นจำนวนมาก ตอนนี้หลายๆคนทั้งในวงการนักสู้สาย มวยไทยและ MMA รวมไปถึงแฟนๆคนดูก็มีการคาดคะเนกันมากมาย ว่าถ้าบัวขาวไปขึ้นสังเวียน MMA แล้ว บัวขาวจะแพ้หรือชนะ ควรต้อง ปรับตัวอย่างไร มีการออกความเห็นว่าจริงๆแล้วบัวขาวก็ได้แอบซุ่มฝึก บราซิลเลี่ยนยิวยิตสู หรือ BJJ ที่เป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของการ ต่อสู้แบบ MMA เพราะฉะนั้นไม่มีปัญหาที่จะรับมือกับอี้หลงแน่ๆ หรือ บางคนก็มองว่าทักษะวิชาแม่ไม้แบบมวยไทยโบราณน่าจะสามารถ ช่วยให้บัวขาวมีอาวุธในสังเวียน MMA ที่ไม่เคยมีใครนำไปใช้มาก่อน เป็นการเผยแพร่ศิลปะแม่ไม้มวยไทยโบราณไปในตัว และความเห็น อื่นๆอีกร้อยแปดพันเก้า

ผมจึงอยากลองเขียนบทความเชิงวิเคราะห์ เจาะลึกจากมุมมองทัศนะส่วนตัวว่าถ้า บัวขาว ไปสู้ในสังเวียน MMA นั้นน่าจะเป็นอย่างไร แต่ครั้นจะเขียนแค่ประมาณว่า “ก็ต้องเสริมจุด อ่อนด้านการประสพการณ์ด้าน Ground Fighting และให้พยายามยืน สู้เป็นหลัก” ก็ดูจะขาดความน่าสนใจ ผมเลยขอลองเล่นสวมบทบาท Armchair Warrior และ MMA โอทาคุ ลองวิเคราะห์ในมุมมองกลับ กันที่ว่า “ถ้าจะต้องโค่นบัวขาวในสังเวียน MMA นั้นจะต้องทำ อย่างไร?” เพื่อจะให้เห็นจุดแข็งจุดอ่อนและกลยุทธ์การต่อสู้ที่คู่ต่อสู้ อาจกำลังทำการบ้านอยู่ก็เป็นได้ เป็นการคิดแบบทำลาย attack ตัว เองเพื่อหาคำตอบและทางออกอย่างสร้างสรรค์ดูครับ

ปล: ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นความเห็นจากการวิเคราะห์ส่วนตัว อาจมีถูกผิดหรือขัดใจขัดความรู้สึกบางคนบ้างในบางประเด็นก็ต้องขออภัยล่วงหน้าครับ

 

มวยไทย ใน MMA ต่างกับมวยไทยในการแข่ง Kick Boxing หรือ มวยไทยในบ้านเรา

ก่อนจะเริ่มวิเคราะห์ผมขอเปิดประเด็นเพื่อให้เข้าใจกันก่อนแบบตรงไป ตรงมาเลยว่า ถ้าบัวขาวจะเอาวิธีการต่อยแบบมวยไทยไปใช้ โดยที่ เสริมแค่มวยปล้ำกับ BJJ เข้ามา ผมมองว่าโอกาสแพ้จะสูงมาก เพราะ เกมส์กฏกติกา, จังหวะการต่อสู้, ลักษณะ stance การยืน, การออก อาวุธ ฟุตเวิร์ค และ Ringcraft ของ MMA และมวยไทยหรือ Kick Boxing นั้น แทบจะต่างกันแบบคนละโลก ไม่ต้องอะไรมากครับแค่ MMA แบบในกรง และ MMA แบบบนเวทีก็มี style การต่อสู้และกล ยุทธที่ไม่เหมือนกันเนื่องจากเรื่องของขนาดพื้นที่ มุมเวที มุมอับต่างๆ และ ปัจจัยทางด้านจิตวิทยาของการอยู่ในกรง

มีนักสู้ MMA ระดับ ตำนานหลายคนที่เก่งในเวทีอย่าง Mirko Crocop หรือ Wandalei Silva และ Quinton Rampage Jackson ที่เคยโลดแล่นเป็นนักสู้สุด อันตรายระดับหัวกะทิบนสังเวียนอย่าง Pride FC ที่ต่อยกันบนเวที แต่ พอต้องผันตัวมาต่อยในกรง 8 เหลี่ยมของ UFC กลับทำได้ไม่ดีเท่า สิ่งที่เป็นปัจจัยอย่างมากอย่างนึง ก็ไม่พ้นทักษะประสพการณ์และ Muscle Memory ที่มีความคุ้นเคยบนสังเวียนแบบเวทีมวยมาหลายปี แต่พอต้องมาต่อยในกรงแล้วเกมส์เปลี่ยนกลยุทธเปลี่ยนจนปรับตัวไม่ทัน เพียงแค่การขาดมุมเวทีแบบ 90 องศาอย่างที่เวทีมวยมี การใช้กล ยุทธการต่อสู้เพื่อกดดันอัดคู่ต่อสู้เข้ามุมไม่ให้หนีไปไหนได้ เพื่อกดดัน เกมส์ทางเลือกและเทคนิคที่คู่ต่อสู้จะสามารถใช้ได้ (ซึ่งมักเป็น tactic ที่นักสู้สาย Striker นิยมเป็นอย่างมากและสร้างความได้เปรียบกับ พวกสายมวยปล้ำได้ดี) กลับไม่สามารถใช้ได้ดีเท่าที่ควรเนื่องจากเวที กรงไม่มีมุมเวทีแบบ 90 องศา

ดังนั้น Ringcraft แบบของมวยไทย, Kick Boxing หรือ MMA บนเวที จึงไม่สามารถใช้เเละหวังผลได้ดีเท่า ที่ควรหรือใช้แทบไม่ได้เลยเมื่อต้องเปลี่ยนมาสู้แบบในกรง

Mirko Crocop นักสู้ Striker ระดับตำนานบนสังเวียน Pride FC ที่เป็นรูปแบบเวที มวย พอผันมาต่อยในกรงเหล็กใน UFC กลับทำผลงานได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก

 

ความเคยชินกับรูปแบบสังเวียนเวทีมวยอาจทำให้เกิดความประมาท และจุดอ่อนที่ใช้ประโยชน์ได้

ซึ่งการแข่งขันแบบ Kunlun Fight น่าจะจัดเป็น MMA แบบบนเวทีที่ ใช้กติกาคล้ายกับ Pride FC หรือ Rizin ซึ่งสภาพแวดล้อมเวทีที่ไม่ ต่างจากเวทีมวยไทยและ Kick Boxing มากนักเป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย สำหรับบัวขาว ข้อดีก็คือไม่ต้อง re-program muscle memory ใหม่ มากนัก บวกกับ tactic การต่อสู้แบบ striking จะสามารถทำได้ดีกว่า ไม่เปิดโอกาสให้มีพื้นที่เคลื่อนไหวได้สูงมากและการจะ takedown ด้วยการเข้ารวบแบบ single และ double leg จะทำได้ยากกว่า เพราะ พื้นที่น้อยและเชือกเวทีที่อาจเป็นตัวช่วยได้ แต่ในขณะเดียวกันสภาพ แวดล้อมเวทีแม้จะเหมือนกันแต่กฏกติกาและปฏิสัมพันธ์กับกรรมการ บนเวทีนั้นต่างกันมาก การกอดปล้ำกันจะไม่มีการจับแยกแบบ มวยไทยหรือ Kick Boxing ดังนั้นคู่ต่อสู้ของบัวขาวสามารถโถม เข้าหาเพื่อตัดระยะการออกอาวุธหนักของบัวขาวเพื่อเข้ารวบหรือดัน บัวขาวให้ชิดกับเชือกเวทีหรือมุมเวทีได้ แล้วพยายามหาทางใช้การ takedown จากการรวบเหวี่ยงหรือการขัดขา โดยอาจใช้ประโยชน์จาก การที่บัวขาวชอบใช้เข่าในช่วงที่มีการปล้ำให้เป็นประโยชน์ เพราะเป็น จังหวะที่ดีที่สุดในการ takedown เพราะขานึงจะถูกยกขึ้นเพื่อใช้ กระแทกเข่า แต่ควรใช้การทุ่มหรือ takedown ในแบบที่บัวขาวไม่เคย เจอหรือรับมือมาก่อน ส่วนมากการ takedown ในการกอดปล้ำที่ บัวขาวชอบใช้มักเป็นการพลิกเหลี่ยมให้เสียหลักล้มในแบบของกล มวยไทย ซึ่งเป็นอะไรที่บัวขาวคุ้นเคยกับการรับมือเป็นอย่างดี แต่หาก ใช้วิธีการเข้ากอดแล้วย่อตัวลงรวบขา หรือ ใช้การเกี่ยวขัดขาหรือการ ทุ่มด้วยสะโพกแบบที่ยูโดหรือซานด้าชอบใช้

การทุ่มข้ามสะโพกด้วยการใช้ Underhook และ Overhook มักเป็นท่าทุ่มที่นัก มวยไทยจะไม่คุ้นเคย กับการรับมือหรือแก้ทางเป็นอย่างแรง

แม้แต่ถ้าจนตัวมากๆจะ jump guard ก็อาจคุ้มค่าที่จะเสี่ยงถูกคนดู หัวเราะ ซึ่งหากสำเร็จเอาบัวขาวลงได้อย่างน้อยก็ได้คะแนนในสายตา กรรมการ ต่อให้ไม่สามารถเผด็จศึกได้ก็ตาม หรือถ้าบีบใหับัวขาวต้อง เสียท่าค้ำเชือกเอาไว้เพื่อไม่ให้ตัวเองล้ม (ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดขึ้นได้ไม่ ยากจาก muscle memory ที่เกิดขึ้นโดยสันชาติญาณ) ก็อาจจะทำให้ บัวขาวถูกกรรมการเตือน โดนหักคะแนน หรือในกรณีร้ายแรงหน่อย หากทำให้เกิดขึ้นได้หลายๆครั้ง ก้จะสร้างความอับอายให้แก่บัวขาวใน สายตาของคนดูและกรรมการได้ว่า โดนต้อนหรือทำอะไรไม่ถูกจนต้อง ผิดกติกาเพื่อเซฟตัวเอง ซึ่งถ้าทางตัวบัวขาวและทีมเองมองว่าไม่ต้อง ปรับกลยุทธอะไรมาก เพราะเห็นว่าก็เป็นการสู้เวทีมวยเหมือนกัน จน เอาประสาทสัมผัสจังหวะและความเคยชินการต่อสู้แบบมวยไทยและ Kick Boxing ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเข้าไปด้วย ก็จะเป็นโอกาสให้คู่ ต่อสู้ใช้ประโยชน์จากตรงนี้ได้ ซึ่งถ้าวางเกมส์ดีๆ อาจไม่ต้องสร้าง ความเสียหายให้บัวขาวได้มากก็มีโอกาสเอาชนะบัวขาวด้วยคะแนน ได้ ถึงแม้จะไม่สวยงามนัก แต่ก็ยังได้ชื่อว่าปราบบัวขาวและทำลาย การ debut MMA ของบัวขาวได้

 

การ์ดการยืนแบบมวยไทยที่บัวขาวใช้ เป็นจุด อ่อนสำคัญที่ต้องใช้ประโยชน์ให้ได้

Style การ์ดจรดมวยสูงแบบปักหลักต่อสู้แนวตรงเป็นเอกลักษณ์แบบมวยไทย Style ไทย ที่เป็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนได้ในเวลาเดียวกัน

อีกทั้งลักษณะการยืนแบบมวยไทย หรือ stance ที่บัวขาวชอบใช้นั้น เป็นในแบบ มวยไทย แบบ classic ที่ปักหลัก ยกการ์ดสูง ทิ้งน้ำหนักไป ที่ขาหลัง ส่วนขาหน้าให้เบาไว้เพื่อใช้ในการยกกันลุกเตะหรือเพื่อยิงลูก ถีบแนวตรง แทบจะไม่มีฟุตเวิร์คออกแนวข้าง (lateral movement) และการ step เข้าหาคู่ต่อสู้จะเป็นในแบบค่อยๆคืบคลานกดดัน ไม่ ค่อยมีความรวดเร็วพลิกแพลงอะไรมากแบบ footwork ของ MMA, Kick Boxing หรือ มวยสากลที่มักชอบใช้การ slide เท้าเข้าออก คล้ายๆกับการเต้น แต่ของมวยไทยจะเน้นปักหลักแล้วขยี้ด้วยพละ กำลังในการออกอาวุธ ใน style แบบ counter-fighting ซึ่งเป็น ลักษณะที่มวยไทยในประเทศไทยบ้านเราคุ้นเคยและใช้ได้ผลเป็นอย่าง ดี แต่ style แบบนี้จะเป้นจุดอ่อนที่นักสู้ MMA สามารถหาทางเอาชนะ ได้ เพราะแนวการ์ดที่สูง ยืดตัวตั้งปักหลัก ทิ้งน้ำหนักไปขาหลังแบบ มวยไทยนั้นเป้น stance ที่สามารถถูก Takedown ได้ง่ายมาก นักสู้ MMA ที่มี background จากมวยไทยแทบทุกคน จึงต้องปรับรูปแบบ ตั้งแต่การยืนและฟุตเวิร์คแทบทั้งนั้น

หากลองดูลักษณะการยืนของ เดจดำรงค ์ นักมวยไทยที่เป็นแชมป์ใน One FC ก็จะเห็นวิธีการยืนที่แตก ต่างออกไป stance มักจะกว้างขึ้น (เพื่อให้สามารถ move หน้าหลัง หรือออกแนวข้างได้อย่างคล่องตัวกว่า ลักษณะการ์ดและการยืดตัวยืน จะไม่สูงมาก เพื่อให้สามารถกันการ take down ได้ง่ายขึ้น การเตะ หรือการออกอาวุธอย่างเช่นการเตะกลางหรือเตะเจาะยางจะไม่สะบัด ข้อแบบเต็มที่ เพื่อให้สามารถ recover ตัวเองได้เร็ว เพราะการเตะใน style แบบมวยไทยหรือ Kick Boxing นั้น เสี่ยงเป้นอย่างมากแก่การ โดน Takedown ซึ่งนักสู้ MMA อาจจะใช้เทคนิคการพุ่งเข้าใส่เพื่อตัด ระยะการเตะเพื่อเข้าปะทะรวบ หรือยอมโดนลูกเตะหนึ่งดอกเพื่อเข้า รวบประชิด ซึ่งหากทำกับนักสู้อย่างบัวขาวได้ ก็จะช่วยสร้างโอกาสใน การ takedown บัวขาว และจำกัดอาวุธและ style การต่อสู้ที่น่ากลัว ที่สุดของบัวขาวได้ ซึ่งก็คือ style การยืนปักหลักบดขยี้คู่ต่อสู้ในแนว ตั้ง

บัวขาว เป็นนักสู้ Counter Striker ที่เป็น Late Starter ที่ชอบลองเชิงและจับจังหวะคู่ ต่อสู้ก่อนที่จะติดเครื่องแล้วบดขยี้

ด้วยลักษณะกฎกติกาและจังหวะการต่อสู้และการให้คะแนนของกีฬา มวยไทยกับ Kick Boxing บวกกับความโดดเด่นทางกายภาพของตัว บัวขาวซึ่งมีความอึดที่เหลือล้น มีร่างกายที่แข็งแกร่งมาก ยากที่จะหาคู่ ต่อสู้คนไหนมาเทียบได้ ส่งผลทำให้ Tactic ที่บัวขาวมักชอบใช้ใน สังเวียนมวยไทยและ Kick Boxing ที่เห็นได้บ่อยครั้ง มักจะเป็นแนวที่ ในยกที่ 1 มักจะเป็นการไม่ออกตัวแรงมากในเชิงรุก แต่มักใช้การปัก หลักที่แข็งแกร่งในการรับการโจมตีคู่ต่อสู้เพื่อจับจังหวะและระยะ ก่อน ที่จะระเบิดสวนด้วยการ counter อันรุนแรง ในจังหวะที่คู่ต่อสู้พึ่งจะ ออกอาวุธเสร็จกำลัง recover ตัวเอง ด้วยอาวุธเช่นการเตะลำตัวหรือ เข้ารวบเพื่อเข่าสวน เพื่อสร้างความเสียหายเขย่าขวัญหรือกดดันคู่ต่อสู้ จนนักสู้บางคนไม่ทันตั้งตัวจนเสียขบวนไปไม่น้อยเลยทีเดียว พอในยกที่ 2 และ 3 ขึ้นไป เมื่อคู่ต่อสู้เริ่มบอบช้ำ อ่อนแรง หรือ พลังสดถูกใช้หมดแล้ว บัวขาว ก็จะเริ่มขยี้คู่ต่อสู้ให้หมดสภาพด้วยอาวุธหนักแบบที่ตนถนัด ซึ่งจังหวะการต่อสู้ของ MMA บนเวที เป็นแนวการต่อสู้ที่ไม่เอื้ออำนวยแก่นักสู้แนว counter-strike ที่เป็น late starter มากนัก

เพราะนักสู้ MMA มักปล่อยของตั้งแต่ยกแรกในขณะที่ยังสด การเคลื่อนไหวมักจะ dynamic กว่า การที่บัวขาวรอจับจังหวะให้เครื่องติดก่อนจะสวนกลับ จะเป็นจุดที่นักสู้ style aggressive จะสามารถใช้เป็นช่องโหว่ได้ ซึ่งก็มี หลายครั้งในการแข่งมวยไทยและ Kick Boxing ซึ่งบัวขาวมักจะโดน โจมตีในตอนที่เครื่องยังไม่ติดดีนัก จนนำไปสู่การเสียจังหวะหรือโดน ต้อนแบบไม่ทันตั้งตัว แต่ด้วยการที่บัวขาวที่ความทนทานสูงมากจึงมัก จะป้องกันตัวเองได้ดีพอที่จะไม่โดน Knock จนคู่ต่อสู้ใส่จนเครื่องยนต์ น้ำมันเกือบหมดแต่ดัน Knock ไม่ได้ จนบัวขาวฟื้นตัวและไล่บี้กลับจน ได้ชัยชนะกลับคืนมาด้วยความแข็งแกร่งทนทานและความฟิตที่มากก ว่าคู่ต่อสู้หลายขุม แต่วิธีการแบบนี้จะทำได้ยากกว่ามาก เพราะใน MMA กรรมการจะไม่แยกคู่ต่อสู้ออกจากกันบ่อยเหมือนมวยไทยและ Kick Boxing ดังนั้นหากคู่ต่อสู้ของบัวขาวรีบโถมจู่โจมในยกแรกใน ขณะที่บัวขาวเครื่องยังไม่ติด อาจสามารถสร้างความเสียหายหรือ takedown ได้แล้วกดสยบบัวขาวกับพื้นทำให้จังหวะการต่อสู้แบบที่ บัวขาวคุ้นเคยเสียไป ไม่เปิดโอกาสให้ counter-strike ได้ และชิง คะแนนในสายตาของกรรมการไปในเวลาเดียวกัน ซึ่งหากบัวขาวรอด ยก 1 มาได้ แต่ยกที่ 2 เป็นต้นไป เกมส์ก็อาจจะเปลี่ยนได้ เพราะคะแนน นำเป้นของฝ่ายตรงกันข้ามไปแล้ว

บัวขาวเป็นนักสู้ที่ชอบสู้แนวตรง แต่มักมีจุด อ่อนตอนเจอการจู่โจมแนวโค้งหรือการตัดมุม จาก angle ที่นักมวยไทยไม่คุ้นเคย

Albert Kraus คือหนึ่งในนักสู้ Kick Boxing ที่มี style การต่อสู้ที่มวยไทยรับมือได้ไม่ง่ายนัก

หากได้ดู fight ของบัวขาวมาหลาย fight จะเห็นได้ว่าหนึ่งในอาวุธที่ ร้ายกาจมากอย่างนึงของบัวขาว นอกจากการเตะข้างที่รุนแรงแล้ว ก็ จะมีลูกเตะหรือลูกถีบแนวตรงที่เล็งไปที่กลางลำตัวหรือหน้าของคู่ต่อสู้ ซึ่งบัวขาวชอบใช้ในการเป็นอาวุธ Counter คู่ต่อสู้ที่ชอบบุกแนวตรง เข้ามาด้วยหมัดเพื่อสร้างระยะ หรือใช้เป็นอาวุธรุกในการกดดันพื้นที่ เพื่อต้อนคู่ต่อสู้ให้ติดมุมหรือติดเชือกก่อนที่จะซัดด้วยอาวุธที่ช่ำชอง อย่างเช่นเข่าในระยะประชิด ซึ่งเป็น tactic ที่ได้ผลดีมากในสังเวียน มวยไทย ที่ไม่ค่อยมีการเคลื่อนไหวแนวข้างมากนัก แต่ชอบเน้นปักหลักซัดกันแบบแนวตรงแลกกันอาวุธต่ออาวุธ ซึ่งคนที่จะสู้กับบัวขาวควรใช้ประโยชน์จากการใช้ฟุตเวิร์คออกข้างๆแล้วตัดมุมเข้าจู่โจม (แบบ style ของ Dutch KickBoxing ที่บัวขาวมักเคยมีปัญหาในการรับมือในสังเวียน K-1 มาก่อน) จากแนวข้าง แทนที่จะปรี่เดินเข้าไปหา ซึ่งการใช้ฟุตเวิร์คออกแนวข้าง เป็น style ที่บัวขาวเคยมีประสบการณ์ในการรับมือมาน้อยกว่าเมื่อเทียบกับจำนวนนักสู้ที่นิยมใช้ style ปัก หลักชนแบบที่เจอในสังเวียนมวยไทยแบบปกติ ซึ่งการ side step footwork ออกทางด้านซ้ายของบัวขาวแล้วพยายามตัดมุมเข้าจู่โจม นอกจากจะหลีกเลี่ยงอาวุธแนวเส้นตรงอย่างลูกถีบซ้ายขาหน้าที่บัวขาวชอบใช้แล้ว ยังสามารถหลีกเลี่ยง power kick จากลูกเตะลำตัวจากขาขวาที่เป็นอาวุธที่น่ากลัวของบัวขาวได้อีก

และบัวขาวเองเป็นนัก สู้ที่มี style ที่มักแพ้ทาง style หมัด combo ผสมลูกเตะในแบบของ Dutch Kick Boxing ที่จะออกหมัดชุดมาระลอกหนึ่งก่อนที่จะใส่ลูกเตะ ในระยะประชิด (ซึ่งนักมวยไทยไม่ค่อยนิยมใช้กันเท่าไหร่) ซึ่งเท่าที่เคย ดู fight ของบัวขาวใน K-1 เวลาโดน combo แบบนี้บัวขาวมักจะใช้ การ์ดสูงอันแข็งแกร่งในการรับการจู่โจมให้ combo ปล่อยหมดก่อน แล้วจึงค่อยสวนกลับด้วยการเข้ากอดเพื่อเข่าสวน ซึ่งก็เป็น tactic ที่ ใช้ได้ผลดีสำหรับการต่อสู้แบบ Kick Boxing ที่ไม่ต้องระวังเรื่อง takedown แต่ตรงนี้แหละที่คู่ต่อสู้ของบัวขาวน่าจะสามารถใช้ ประโยชน์ได้ ด้วยการฝึก combo หมัดจากการ sidestep ออกด้านซ้าย ของบัวขาว แล้วในจังหวะที่บัวขาวกำลังการ์ดอยู่นั้นก็เข้ารวบตัวซะ ซึ่ง การ takedown จากแนวข้างแบบนี้เป็นอาวุธที่นักสู้ style มวยไทย รับมือยากที่สุดอย่างนึงเลยก็ว่าได้

กับหากได้ดูบาง fight ของบัวขาวใน K-1 ที่บัวขาวรับศึกหนักอาจจะ พอเห็นได้ว่า บัวขาว นั้นดูจะไม่คุ้นเคยกับการรับมือหมัดวงโค้งอย่าง หมัด uppercut โดยเฉพาะถ้าเป็นหมัดที่นำด้วย uppercut เป็นหมัด แรกๆ ซึ่งเป็นหมัดที่มวยไทยไม่ค่อยเจอ เนื่องจากนิยมใช้หมัด jab และ cross เป็น combo หลักเพื่อ set up ลูกเตะมากกว่า อีกทั้งหมัด uppercut ยังเป็นหมัดที่มีโอกาสในการเจาะผ่านการ์ดสูงของมวยไทย ได้ดีเป้นพิเศษ เพราะด้วยแขนที่มักยืดออกมาข้างหน้าและมุมข้อศอกที่ มักมีการกางออกเล็กน้อย ทำให้มีช่องว่างจากด้านล่าง ไม่เหมือนกับ การ์ดแบบ Dutch Kick Boxing หรือ MMA ที่ใช้การ์ดที่มีความคล้าย มวยสากลที่มักจะ ป้องกันหัวจากหมัดวงโค้งทั้งแนวราบและแนวดิ่งได้ ดีกว่า เพราะหมัดมักเป็นอาวุธหลักในการจู่โจมในขณะที่มวยไทยจะ เน้นอาวุธเตะและการเข่า ซึ่งในตอนที่ Masato สู้กับบัวขาว ก็ได้เอา combo ที่ใช้หมัด uppercut มาป่วนจังหวะและสร้างความเสียหายให้ แก่บัวขาวได้อย่างค่อนข้างมีประสิทธิภาพเลยทีเดียว

Clip Fight ระหว่าง บัวขาว และ มาซาโตะ ซึ่งเป็น Fight ที่ มาซา โตะ ประสพความสำเร็จในการเอาชนะบัวขาวได้ด้วยการใช้ Boxing Combo ที่เน้นมุมการจู่โจมที่บัวขาวหรือนักมวยไทยปกติไม่คุ้นเคย จนสามารถเอาชนะคะแนนไปได้:

https://www.youtube.com/watch?v=522Ikuee6fw

อีกทั้งต้องไม่ลืมว่านวมของ MMA ที่เล็กกว่านวมมวยไทยนั้น จะทำให้ การจู่โจมด้วยหมัดมีโอกาสฝ่าการ์ดได้ดีขึ้น ในขณะเดียวกันการใช้ การ์ดสูงแบบมวยไทยนั้นจะมีประสิทธิภาพการป้องกันที่ด้อยลงเพราะ ด้วยขนาดนวมที่เล็กลงและบางลงด้วย ซึ่งหากบัวขาวไม่ปรับ style ตรงนี้คู่ต่อสู้ของบัวขาวก็มีสิทธิ์ที่จะใช้ประโยชน์จากตรงนี้ได้

ใช้การเข้ารวบ Takedown เป็น Counter การ Strike ออกอาวุธของบัวขาว

หลายคนอาจเข้าใจว่าการ takedown นั้นมักจะเป็นในรูปแบบของการ พุ่งเข้ารวบจากระยะไกล ซึ่งนักสู้มวยไทยอย่างบัวขาวน่าจะรับมือได้ไม่ ยาก หากสวนกลับด้วยการเข่า หรือ การทำ sprawl ซึ่งก็ไม่ผิดซะที เดียว แต่กรณีแบบนี้มักเกิดขึ้นกับนักสู้แนวทุ่มล๊อคที่ถูกกดดันด้วย striking จากการเตะมากจนต้องพุ่งเข้ารวบจากระยะไกล เพราะกลัวที่ จะโดนเตะไปมากกว่านี้ ซึ่งเป็นกรณีที่อาจเห็นได้ใน fight ของนักสู้ อย่าง Mirko Crocop ที่เป็นนักสู้ที่ชอบรักษาระยะด้วยการเตะ สร้าง แรงกดดันจนคู่ต่อสู้ต้องพยายามเข้ารวบเพื่อจับลงพื้น ซึ่งก็จะเข้าทาง Crocop ซึ่งฝึกการทำ Sprawl และการเข่าหรือ soccer kick มาเป็น อย่างดี ซึ่งมองว่าบัวขาวเองก็เป้นนักสู้แนว Striker ที่ชอบใช้ลูกเตะ ระยะไกลก็อาจมีโอกาสที่จะใช้ tactic แบบเดียวกัน เพียงแต่พลังการ กดดันของบัวขาวอาจไม่มากเท่า Crocop เพราะ Crocop นั้นมีความ มั่นใจใน ground fight มากพอที่จะไม่กลัวโดน takedown จนสามารถ ใช้ลูกเตะที่ใช้การสะบัดข้อระเบิดพลังได้อย่างเต็มที่ โดยที่ไม่ต้องกลัว ว่าจะเสียจังหวะ ดังนั้นพลังกดดันที่เกิดจากพลังทำลายของลูกเตะจึง ต่างกับนักสู้แนว Striker ในสังเวียน MMA ที่ไม่สามารถใช้วิธีการเตะ แบบเดียวกันได้ เนื่องจากจะทำให้เสี่ยงแก่การถูก takedown ได้

Mirko Crocop เป็นนัก Kick Boxer ที่มีทักษะการต่อสู้ภาคพื้นดินมากพอจนทำให้เขาสามารถยืนสู้ได้อย่างเต็มที่ โดยที่ไม่ต้องกลัวการถูก Takedown

กับหากจะต้อง takedown บัวขาว ก็ควรใช้การเข้ารวบในจังหวะที่ บัวขาว กำลังจะเข้ามากอดเพื่อเข่าอย่างที่ตนถนัด หรือ กำลังสาวหมัด combo ซึ่งบางทีบัวขาวก็ชอบใช้ในเวลาที่เป็นฝ่ายรุกกดดันในจังหวะที่ ได้เปรียบ โดย combo ของบัวขาวมักจะมีไม่เกิน 2-3 หมัดก่อนที่จะ เตะหรือเข้ารวบเพื่อขึ้นเข่า คู่ต่อสู้ของบัวขาวอาจสร้างจังหวะตรงนี้ ด้วยการยอมให้บัวขาวรุกเข้ามาด้วยหมัดหรือการโถมเข้ามาเพื่อจะ กอด แล้วใช้จังหวะนั้นลดระดับและยิงเข้ารวบในระยะประชิด ซึ่งถ้า บัวขาวกำลังโถมการโจมตีเข้าใส่อยู่จะไม่สามารถชักสะโพกกลับเพื่อ sprawl ได้ เป็นการ takedown ที่เหมาะแก่การใช้กับบัวขาวมากกว่า การจะไปพยายามพุ่งเข้ารวบจากระยะไกลที่บัวขาวสามารถเห็นได้มาแต่ไกล

ซึ่งการ takedown แบบนี้จะใช้ได้ผลดีเป็นพิเศษกับลักษณะ step footwork การก้าวไปข้างหน้าแบบมวยไทยที่ไม่เน้นการ slide เข้าออกแบบ MMA หรือ Kick Boxing ที่มักจะรักษาฐานที่ค่อนข้าง กว้าง แต่มวยไทยมักชอบใช้ “การค่อยๆเดิน” เป็นจังหวะ ซึ่งจังหวะที่ขาหน้าและขาหลังกำลังเข้ามาบรรจบกันก่อนที่ขาหน้าจะก้าวต่อเพื่อ เข้าสู่ stance ปกติ จะเป็นช่วงที่ฐานอ่อนแอที่สุด เพราะขาทั้งสองข้าง แทบจะชิดกันและยืดตัวขึ้นค่อนข้างสูง การ takedown จะทำได้อย่างมี ประสิทธิภาพมาก ซึ่งถ้าบัวขาวยังใช้ stance และ footwork แบบที่ เคยต่อยใน K-1 และการแข่งมวยไทย ก็จะตกเป็นเป้าหมายของการ takedown แบบนี้ได้

สรุปภาพรวมกลยุทธ์การจะต่อกรกับบัวขาว บนสังเวียน MMA

ดังนั้น Key สำคัญในการจะต่อกรกับบัวขาวในสังเวียนของ MMA นั้น คู่ต่อสู้ควรจะเป็นฝ่ายรีบรุกและกดดันตั้งแต่ยกแรกเพื่อชิงความได้ เปรียบในระหว่างที่บัวขาวยังเครื่องไม่ติดดีนัก แล้วอย่าสู้ในระยะไกล ยืนปักหลักฉะกันซึ่งๆหน้าแบบที่บัวขาวถนัด แต่จงใช้การ footwork วนออกข้างซ้ายบวกกับการตัดมุมเข้าจากด้านข้างเพื่อหลบและเบี่ยง อาวุธลูกเตะที่เป็นอาวุธหลักของบัวขาว พยายามใช้ combo หมัดวง โค้งในการสร้างจังหวะและลดระยะเพื่อเข้าประชิดเพื่อรวบบัวขาวทุ่ม ด้วยกลไกการทุ่มแบบที่ใช้การเกี่ยวรวบขา, การใช้สะโพกงัด หรือการ ยกฟาดที่กลมวยไทยไม่เน้นกัน แล้วพยายามกดและควบคุมบัวขาวบน พื้นแล้ว score ทำคะแนนจากการ takedown การกดผสมกับ ground strike ถ้าไม่มั่นใจไม่ต้องทำ submission เพราะอาจจะเปิดโอกาสให้ บัวขาวหลุดและลุกขึ้นกลับมายืนสู้ได้ สู้จับกดแล้วทุบชิงคะแนนได้ เปรียบแล้วทำให้บัวขาวอยู่ในสภาพแวดล้อมที่อึดอัดไม่คุ้นเคย ทำลายจังหวะการต่อสู้แบบการยืน counter-striking ที่บัวขาวชอบใช้ สยบคู่ต่อสู้มาแล้วนักต่อนักแล้วพยายามชนะคะแนนจะเสี่ยงน้อยกว่า ถ้าแพ้คะแนนหรือเสมอก็เสมอตัว แต่ถ้าชนะคะแนนขึ้นมาต่อให้ไม่ สวยงามเร้าใจแต่ก็ได้ชื่อจารึกไปในประวัติศาสตร์ว่าชนะบัวขาวใน MMA ได้

การทุ่มแบบใช้การยกหรือการใช้สะโพกงัดเป็นหนึ่งในทักษะการทุ่มที่นักสู้จีนชอบใช้ และนักมวยไทยมักต่อกรได้ยาก

ซึ่งแนวทางไปสู่ชัยชนะนี้จะทำได้ก็ต่อเมื่อตัวบัวขาวหรือทีมงานนั้น ประมาทการต่อสู้แบบ MMA บนเวที โดยการไม่ปรับเรื่องของการ์ด มวย, footwork จังหวะการต่อสู้ที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง, ไม่สร้างความ มั่นใจให้กับบัวขาวใน ground fight มากพอที่จะให้บัวขาวสามารถยืน สู้และสร้างระยะและพลังการกดดันได้ไม่มากพอที่จะทำให้การ พยายาม rush เข้ามาถลุงเพื่อรวบลงพื้นของคู่ต่อสู้ทำได้โดยง่าย

แนวทางสำหรับบัวขาวบน สังเวียน MMA

นักมวยไทยเก่งๆที่มักเสียท่าในสังเวียน MMA มีไม่น้อยที่พยายามใช้ กลยุทธ์หนีและหลีกเลี่ยงการถูกจับรวบลงพื้น เพราะขาดความมั่นใจที่ จะเอาตัวรอดหาก fight ลงพื้นแล้ว จนทำให้ประสิทธิภาพการ striking และการเคลื่อนไหวควบคุมจังหวะ ระยะ และ Ring Craft ที่เป็นอาวุธ สำคัญของ Striker ถูกลดประสิทธิภาพลงไปด้วย จนจุดแข็งที่ควรจะมี กลับถูกทำลายไปเพราะถูกคู่ต่อสู้กดดันด้วยความกลัวจนเสีย style และจังหวะของตัวเองไป ซึ่งหากบัวขาวใช้ tactic แบบนั้น ความ แข็งแกร่งหลักที่มีของบัวขาวก็จะถูกลดทอนทำลายลงคงไม่เป็นผลดี แน่ๆ อีกทั้ง style มวยของบัวขาวไม่ใช่แนวที่เน้นฟุตเวิร์ควิ่งไปมาได้ หลาย angle บวกกับอาวุธ Striking ของบัวขาวส่วนมากมักต้องใช้ ฐานในการปักหลักแล้วซัดแบบสะบัดข้อทั้งตัวเพื่อให้เกิดพลัง การ เคลื่อนไหวไปมาแบบไม่หยุดนิ่งก็อาจส่งผลให้แนวทางการต่อสู้และ การสร้างพลังทำลายที่เป็นจุดเด่นของบัวขาวไม่อาจทำได้เต็มที่ อีกทั้ง การที่บัวขาวจะพัฒนา style การต่อสู้ใหม่เพื่อสังเวียน MMA ก็ไม่น่า จะทำได้ในระยะสั้น จึงมองว่าบัวขาวควรสร้างแรงกดดันและควบคุม พื้นที่กลางเวทีให้ดี อย่าให้ถูกกดดันต้อนจนไปติดเชือกจนเสี่ยงแก่การ ถูกรวบลงพื้นได้ง่าย แล้วพยายามปรับ stance ให้มีความ mobile มากขึ้น อาจใช้การพลิกเหลี่ยมจากเกมส์การ clinch หรือการเพิ่มฟุต เวิร์คและ head movement ในระยะประชิดเพื่อเปลี่ยนมุมให้ออกจาก มุมอับเวลาที่เริ่มถูกกดดัน

การศอกมักเป็นอาวุธที่ใช้ได้ผลดีกับนัก MMA และ Kick Boxer ที่มักจรดการ์ดต่ำ และไม่ผ่านสังเวียนมวยไทยมาอย่างโชคโชน

ส่วนอาวุธของมวยไทยที่น่าจะใช้ได้ผลดีมากในสังเวียน MMA ที่นักสู้ MMA และนักสู้ที่ผ่านสังเวียน Kick Boxing ส่วนมากจะไม่คุ้นเคยเป็น อย่างแรงก็คือพวกท่าศอกครับ ด้วย style การ์ดของ MMA และ Kick Boxing ที่จรดมวยต่ำกว่ามวยไทย จะทำให้สามารถศอกได้ง่ายขึ้น และ style ของบัวขาวที่มักชอบใช้การ์ดสูงรับการจู่โจมที่เป็นหมัดของ คู่ต่อสู้ การจะใช้ศอกประเภทฟันแนวขวางหรือกระทุ้งแทงเข้าไปใน แนวตรงตอนช่วงที่คู่ต่อสู้กำลังพยายามระดมหมัดใส่น่าจะเป็นเทคนิค ที่ป้องกันได้ยากมากหากไม่ใช่นักสู้ที่เจนสังเวียนมวยไทยมาก่อน ใน เชิงลูกเตะ มองว่าบัวขาวน่าจะใช้ประโยชน์จากลูกเตะแนวเส้นตรง อย่างลูกถีบที่ถนัดให้เป็นประโยชน์ เพราะ Kick Boxer หรือนักสู้ MMA มักไม่คุ้นเคยกับลูกเตะแนวนี้ แต่มองว่าน่าจะใช้เป็นการเตะ เข้าไปที่ขาให้มากขึ้น เพราะเป็นลูกเตะที่ป้องกันยากมาก ใช้สร้างระยะ และหยุดการ rush เข้ามาต่อยได้ดี ตัวคนเตะเองก็ไม่เสียการทรงตัว เพราะไม่เป็นการเตะที่ commit การถ่ายน้ำหนักแบบสะบัดข้อทั้งตัว แบบลูกเตะลำตัวหรือลูกเตะเจาะยางแบบที่มวยไทยชอบใช้กัน อีกทั้ง การปัดลูกเตะหรือจับเท้าหรือขาที่เตะจะทำได้ยากกว่าลูกถีบลำตัวมาก เพราะต้องย่อตัวลงต่ำเพื่อจะจับเท้า ซึ่งก็เสี่ยงแก่การถูกโจมตีที่หัว ซึ่ง ใน UFC เราสามารถจะเห็นตัวอย่างวิธีการใช้ low-line kick แนวเส้น ตรงได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงโดยนักสู้สาย Striker ที่ไม่เน้นการเข้า ปล้ำก็อย่างเช่นในกรณีของ Jon Jones หรือ Holly Holm เป็นต้นครับ

Low-Line Kick เป็นการเตะที่ใช้เป็นอาวุธของ Striker ที่มีความเสี่ยงต่ำ ใช้สร้าง ระยะและหยุดการจู่โจมพวกนักสู้ที่ต้องการพุ่งเข้ามารวบตัว Striker ได้ดี

ในขณะเดียวกันก็มองว่าบัวขาวน่าจะต้องฝึกรับมือกับมวยหมัดด้วย การใช้ head หรือ body movement ให้มากขึ้นเพื่อลดการพึ่งพานวม เป็นเกราะป้องกันการถูกชก เพราะนวม MMA เล็กกว่านวมมวยไทย จนไม่สามารถใช้ tactic การตั้งป้อมปราการการ์ดสูงแบบที่เคยใช้มา ได้ดีเท่าตอนสู้ในสังเวียนมวยไทย และระวังการเข้ารวบ body lock ให้ ดี (ซึ่ง อี้หลง น่าจะคุ้นเคยกับท่ารวบและท่าทุ่มที่ใช้ body lock จาก ซานด้า) เพราะบัวขาวมักชอบใช้การเข้ากอดแบบใช้ neck lock แล้ว เข่า ซึ่งในมวยไทยกับ Kick Boxing ค่อนข้างปลอดภัยเพราะไม่ สามารถยกทุ่มได้ แต่ใน MMA style การกอด neck lock แบบ มวยไทยมักเปิดช่องให้ถูกทำ body lock, double under hook หรือ การย่อตัวลงรวบเพื่อเกี่ยวขาได้ จึงน่าจะต้อง modify ใช้ neck lock ในแบบที่ควบคุมให้หัวต่ำกว่าระดับหัวของบัวขาวเพื่อเข่าเข้าที่หน้า ของคู่ต่อสู้ได้จะดีกว่า ซึ่ง Kick Boxing และซานด้าจะไม่คุ้นเคยกับ การรับมือเทคนิคการโน้มคอตีเข่าแบบนี้

การโน้มคอตีเข่าเป็นเทคนิคที่ใช้ได้ดีโดยเฉพาะกับ Kick Boxer และนักสู้ซานด้า หากระวังเรื่องการถูกทำ Body Lock หรือ Double Under Hook ได้

ในส่วนของเกมส์การ grappling และ submission มองว่าคำตอบของ การเตรียมพร้อมขึ้นสังเวียน MMA ไม่ได้เพียงแค่อยู่ที่การฝึก ground fighting กับเทคนิค submission เสริมให้พอเอาตัวรอดได้ แต่ต้องเป็นการฝึกเกมการยืนปล้ำ clinch work ในแบบของ MMA (ซึ่งก็แตกต่างจากมวยไทย) และ ground fighting tactic และเทคนิคในแบบของ MMA ที่เสริมและเข้ากับ style การยืนต่อสู้ของบัวขาวได้ดี

ซึ่งการจะฝึกแค่ BJJ หรือ ทุ่มทับจับหักแบบมวยโบราณแบบไม่มีแบบแผน, ไม่มีการ คัดกรองเทคนิคและกลยุทธการออกแบบการต่อสู้ที่เข้ากับจังหวะและ กายภาพของบัวขาวเลยนั้น ผมมองว่าไม่เพียงพอแก่การจะไปขึ้น สังเวียน MMA และอาจจะเป็นอันตรายสุ่มเสี่ยงแก่การพ่ายแพ้ด้วยซ้ำ เพราะการเคลื่อนไหว, เทคนิคและจังหวะหลายอย่างของ BJJ ก็ไม่ เหมาะแก่การนำไปใช้บนสังเวียน MMA และแม่ไม้มวยไทยโบราณที่ ค่อนข้างเน้นความเป็นศิลปะแต่ขาดประสพการณ์การทดสอบพิสูจน์ใน การรับมือจริงๆกับ style การต่อสู้ที่เชี่ยวชาญสายมวยปล้ำหรือการหัก ล๊อคก็ไม่เหมาะที่จะนำไปใช้เช่นกันหากไม่ถูกประยุคและพัฒนาซะก่อน

ซึ่งขนาด Gracie Juijitsu ก็ต้องใช้เวลาพัฒนาเทคนิค, รูปแบบการ ต่อสู้และทดสอบในการประลองจริงอย่างโชคโชนมาหลายสิบปี ถึงจะสามารถมีรูปแบบที่เอาไปใช้สู้ในสังเวียน UFC ได้ - ซึ่งทุกวันนี้ก็ไม่ได้ ใช้ได้ดีเหมือนเมื่อ 20 ปีก่อนตอนยุคแรกๆของ UFC อีกต่างหาก จะเห็นได้จากการที่มีนักสู้สาย Gracie Juijitsu น้อยมากในสังเวียน MMA ทุกวันนี้ที่ประสพความสำเร็จ เพราะ Gracie Juijitsu ขาด กระบวนการพัฒนาในการต่อสู้จริงในสังเวียน MMA ไม่เหมือนกับ Brazilian Juijitsu บางสำนักหรือ Submission Wrestling ที่ลงแข่งอยู่เสมอจน รูปแบบถูกพัฒนาให้เหมาะกับสังเวียนและกติกา MMA แบบทุกวันนี้ ซึ่งผมมองว่าการเอาเทคนิค grappling และ ground fighting แบบ MMA ที่ผ่านการทดสอบและพัฒนาบนสังเวียนมาอย่างโชคโชนแล้ว จะมีประสิทธิภาพและความเสี่ยงที่น้อยกว่าการจะพยายามเอาเทคนิค ศิลปะโบราณที่ยังขาดการทดสอบและพัฒนาบนสังเวียนมากพอที่จะ มาประยุคใช้ในเวลาอันสั้นและจำกัดครับ

ส่วนตัวคิดว่า อี้หลง จะเอาชนะ KO หรือ Submission บัวขาวได้ไหม? ผมมองว่าไม่น่าจะทำได้ครับ และไม่คิดว่าจะพยายามยืนสู้กับบัวขาว แบบคราวก่อนแน่ๆ แต่มองว่าถ้า อี้หลง จะเอาชนะบัวขาวได้น่าจะมา จากการใช้กลยุทธเข้าประชิดในการ clinch เพื่อจับทุ่มลงพื้นและ พยายาม control จำกัดอาวุธและจังหวะการต่อสู้แบบที่บัวขาวคุ้นเคย แล้วเอาชนะไปด้วยคะแนนน่าจะมีโอกาสมากกว่า และนี่ก็คือมุมมองบทวิเคราะห์แบบการอ่านเกมส์ตามทัศนะและ ประสพการณ์อันจำกัดของผมครับ หวังว่าจะได้รับประโยชน์หรือความ เพลิดเพลินบันเทิงไม่มากก็น้อยครับ

และนี่ก็คือบทวิเคราะห์ยาวเหยียดของผม แอดมิน #Fightologist คอยติดตามบทวิเคราะห์การต่อสู้ทั้งในสังเวียนและนอกสังเวียนจากผมได้อีกในอนาคต ผ่านทาง Ignite Fight Club เท่านั้นนะครับ ขอบคุณครับ 

Comment