FIGHT & MARTIAL ARTS

เกร็ดกีฬาบราซิลเลี่ยนยิวยึตสู ตอนที่ 9 - BJJ ทำไมเลื่อนสายยากจัง เอาหลักเกณฑ์อะไรมาวัด มีการสอบสายไหม

19.07.2017

หลายคนที่เริ่มเล่น BJJ ใหม่ๆ ผมกล้าบอกเลยว่ามีความกระตือรือร้น อย่างมากที่จะได้เป็นสายฟ้า แต่วันแล้ววันเล่า ทั้งเรียน ซ้อม แข่ง ก็ยังไม่ได้ซักที จนหลายๆคนถึงกับท้อ และเลิกไปในที่สุด ต้องขอบอกเลยว่า สายฟ้านั้นถือเป็นบททดสอบความอดทนกันเลยทีเดียว เพราะถ้าผ่านด่านนี้ไปได้แล้วสายต่อๆไปจะไม่ยากลำบากเลย บางคนกลับไม่อยากเลื่อนสายขึ้นด้วยซ้ำไป

ส่วนการสอบสายนั้นส่วนมากจะนิยมใช้ในระดับเด็กอายุไม่เกิน 16 ปีมากกว่า ส่วนในระดับผู้ใหญ่นั้นก็พอมีบ้าง แต่ต้องบอกว่าจะต้องทำท่ากันเยอะทีเดียว ไม่ต่ำกว่า 20-30 ท่าต่อสาย ส่วนเหตุผลที่ไม่ค่อยนิยมนั้น เพราะ BJJ นั้น มีระบบการคัดกรองแบบธรรมชาติ จากการเข้าคู่ซ้อม ซึ่งจะเห็นได้ค่อนข้างชัดเจน เพราะจะมีแรงกดดันจากการเป็นสายที่มีระดับสูง คงจะดูไม่ดีถ้าเป็นสายฟ้า หรือม่วง ไปซ้อมที่ไหนก็โดนสายขาวซับมิชชั่นตลอด จะไปโดยที่ไม่ยอมโรล หรือปล้ำกับคนอื่นก็จะโดนชาวบ้านเค้านินทาเอาได้ พวกสายสูงๆนั้น ต่อให้มีอาการบาดเจ็บแต่ไม่ได้ซีเรียสจริงๆ ก็มักเลือกที่จะโรลแบบเทคนิคกับสายสูงด้วยกันที่สามารถคุมแรงได้เพื่อหลีกเลี่ยงการซ้ำเติมอาการบาดเจ็บที่เดิม

การแข่งขันวัดฝีมือก็เป็นอีกปัจจัยนึงเหมือนกัน เพราะการแข่งขันนั้นเป็นตัววัดระดับฝีมือที่ชัดเจนที่สุด ในการแข่งแต่ละครั้งครูผู้สอนจะสามารถเห็นพัฒนาการของผู้ฝึกแต่ละคนได้อย่างชัดเจน ว่ามีความเข้าใจท่า และนำมาใช้ได้ดีแค่ไหน โดยเฉพาะกับสถานะการณ์เฉพาะหน้าที่ฝ่ายตรงข้ามก็มุ่งจะเอาชนะอย่างเอาเป็นเอาตายเหมือนกัน แต่ไม่ใช่แค่นั้น การจะมอบสาย ผู้ฝึกสอน ยังต้องคอยอบรม พัฒนาจิตใจ บุคลิกภาพของผู้เรียน ควบคู่กันไปด้วย เพราะถือเป็นหน้าเป็นตา เป็นสัญลักษณ์ ยี่ห้อของผู้มอบสาย ถ้าคัดเลือกบุคคลที่ไม่ดีก็จะส่งผลต่อชื่อเสียงของทีมได้

แล้วคุณสมบัติของสายแต่ละสายล่ะมีอะไรบ้าง เอาหลักเกณฑ์อะไรมาวัดความเหมาะสม จะบอกว่าไม่มีก็ดูจะไร้สาระเกินไป แต่ถ้าเอาจากประสบการณ์ความรู้สึกก็ตามนี้ครับ

จาก สายขาวไปฟ้า - ควรจะมีความรู้ความเข้าใจ ในท่าเบสิก "ทั้งหมด" ทั้งหลัก การควบคุม ถ่ายเทน้ำหนัก การทุ่ม เทคดาวน์ การซับมิชชั่น การหนีเอาตัวรอดจากตำแหน่งต่างๆ ที่ฟังเหมือนจะน้อย แต่ถ้าคนที่เคยสัมผัสแล้วจะรู้เลยว่ามันเยอะมากทีเดียว ซึ่งยังไม่รวมถึงท่าประหลาดพิสดาร ที่จะต้องเรียนรู้กันอีกในสายสูงๆ ซึ่งท่าของ BJJ นั้นยังมีการพัฒนาต่อไปเรื่อยๆอีกด้วย

จาก สายฟ้าไปม่วง - ควรมีความสามารถที่จะใช้ท่าต่อเนื่องจากท่านึงไปสู่อีกท่านึง ความเข้าใจที่ลึกขึ้นจากท่าเบสิกแต่ละท่า ใช้แรงให้น้อยลง เข้าใจและพัฒนาจังหวะช่วงเวลาที่ควรใช้ท่าได้ดีขึ้น

จาก สายม่วงไปน้ำตาล - เริ่มที่จะเรียนรู้เกมส์การเล่นของตัวเอง พัฒนาทักษะเฉพาะเหมาะกับนิสัย สไตล์ และรูปร่างของตัวเอง เรียนรู้ต่อเนื่องที่จะดึงให้คู่ต่อสู้เข้าสู่เกมส์ที่ตนเองถนัดได้

จาก สายน้ำตาลไปดำ - ณ จุดนี้ผู้เรียนควรจะสามารถจำแนกรายละเอียดของท่าต่างๆได้เป็นอย่างดี เรียนรู้ข้อผิดพลาด และพัฒนาตนเอง สามารถทำความเข้าใจหลักการท่าที่เห็นจากที่อื่นได้ รวมถึงการฝึกสอน เพื่อที่จะพัฒนาตนเองให้เป็นโค้ชต่อไปในอนาคต

สำหรับช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเลื่อนสายแต่ละสีนั้นไม่มีกำหนดตายตัว เพราะจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความรู้ในตัววิชา, ความสม่ำเสมอในการซ้อม, ความรับผิดชอบต่อตัวเองและเพื่อนร่วมทีม, ผลงานการแข่งขัน และการยอมรับจากสังคม ซึ่งถ้ารายล้อมไปด้วยคนเก่งๆ ก็จะทำให้พัฒนาฝึมือและความรู้ได้เร็วขึ้น เพราะจะได้รับแต่ข้อมูลที่ถูกคัดกรองมาแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ตาม องค์กร IBJJF นั้นมีข้อกำหนดว่าการเลื่อนสายไม่สามารถเลื่อนได้เร็วกว่าที่ระบุตามนี้ สายฟ้า ไม่ต่ำกว่า  2 ปี, สายม่วง ไม่ต่ำกว่า 1.5 ปี, สายน้ำตาล ไม่ต่ำกว่า 1 ปี

ส่วนคนที่ไม่สอบ ไม่แข่ง ก็ไม่ต้องท้อนะครับ ขอเพียงแค่ขยันมาซ้อมสม่ำเสมอ พัฒนาเทคนิค ฝีมือไปเรื่อยๆ อย่าเปลี่ยนที่เรียนไปๆมาๆ ครูผุ้ฝึกสอนก็จะเห็นพัฒนาการของเราเอง และก็จะมอบสายให้เราเอง ขอแค่อย่าเลิกไปก่อนแค่นั้นเอง ส่วนพวก นานๆโผล่มาซ้อมที ซ้อมสามเดือน หายเก้าเดือน ย้ายที่ซ้อมไปมา พวกนั้มักจะโดนดองสายนานนะครับ

ในไทยนั้น ปัจจุบันมีคนไทย ที่ได้รับสายดำ เป็นคนแรกของเมืองไทย นั่นคือ คุณนิติ เตโชติอัศนีย์ ประธานสมาคม BJJ แห่งประเทศไทย ไปรู้จักเค้าได้ที่ บทความนี้เลยครับ >>> http://ignitefightclub.com/martial-arts/first-bjj-blackbelt-in-thailand/ <<<

เกร็ดกีฬาบราซิลเลี่ยนยิวยึตสู โดย ใบตองแห้ง

Comment