ONESHIN CUP

ONESHIN CUP Presented By TrueID : กฏ กติกา และ อุปกรณ์ ในการแข่งขัน

15.08.2017

กฎระเบียบและข้อบังคับ

การแข่งขันศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานระดับมือสมัครเล่น ONESHIN CUP

 

กรอบการแข่งขัน

  1. คำจำกัดความ

ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน (Mixed Martial Arts) หมายถึงการแข่งขันกีฬาต่อสู้ที่มี การใช้เทคนิคการต่อสู้จากศิลปะการป้องกันตัวรูปแบบต่างๆ ร่วมกัน  รวมไปถึงการเตะ ต่อย และ ปล้ำล็อค

 

DEFINITION: “Mixed martial arts” means a combat competition involving the use, subject to any applicable limitations set forth in these Unified Rules, of a combination of techniques from different disciplines of the martial arts, including, without limitation, grappling, kicking and striking.

  1. การตัดสิน

ผู้ตัดสินคือผู้มีสิทธิเด็ดขาดในการตัดสิน

การแข่งขันและจัดแสดงศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานจะต้องได้รับการควบคุมและรับรองโดยคณะกรรมการ

 

JURISDICTION: The Referee shall remain the sole arbiter of a contest. All contests and exhibitions of mixed martial arts must be conducted under the supervision and authority of the commission/host regulatory body.

  1. จำนวนยก

การแข่งขันศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานที่ไม่ใช่การ ชิงชนะเลิศจะมีจำนวน 2 ยก แต่ รอบชิงชนะเลิศ รวมถึง ซุปเปอร์ไฟต์ จะแข่งขัน 3 ยก โดยแต่ละยกจะมีความยาวไม่เกิน 3 นาที และมีการพักระหว่างยกเป็นเวลา 1 นาที

 

ROUNDS: Each contest under IMMAF regulation shall be 3 [three] rounds (Tournament 1st Round will have 2 [two] round) each to be 3 [three] minutes in duration, with a rest period of 1 [one] minute between each round.

  1. การยุติการแข่งขัน

ผู้ตัดสินและแพทย์ประจำเวที คือผู้ที่มีสิทธิเข้าไปในบริเวณการต่อสู้ระหว่างการแข่งขัน (บุคคลอื่นห้ามเข้า) และผู้ตัดสินคือผู้มีสิทธิเด็ดขาดในการยุติการแข่งขันแต่เพียงผู้เดียว

 

STOPPING THE CONTEST: The referee and the ringside physician are the only individuals authorized to enter the ring/fighting area at any time during competition, and the referee is the sole arbiter of a contest and is the only individual authorized to stop a contest.

  1. การให้คะแนน

การแข่งขันทั้งหมดจะทุกประเมินและให้คะแนนโดยคณะกรรมการ 3 คน

 

  1. การตักเตือน

ผู้แข่งขันจะได้รับการตักเตือนจากกรณีดังต่อไปนี้

  1. จับหรือเกาะบริเวณกรง
  2. การดึง รั้ง อุปกรณ์ป้องกันตัวของคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นกางเกง นวม เสื้อ หรือสนับแข้ง
  3. การใช้นิ้วมือหรือฝ่ามือกดหน้าคู่ต่อสู้ให้ขนานไปกับพื้น

 

WARNINGS: A single warning will be issued for the following infractions only:

1) Holding or grabbing fence


2) Holding onto opponent’s shorts, gloves, shin-guards or rash-guard


3) Having the fingers outstretched, palm parallel to the floor toward opponent face

  1. การทำผิดกฎ

การกระทำเหล่านี้ ถือว่าผิดกฎการแข่งขันศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน

  1. เอาหัวโขก
  2. การจิ้มตา
  3. การกัด
  4. การถุยน้ำลายใส่คู่แข่งขัน
  5. การดึงผม
  6. การดึง/เกี่ยวหู จมูก และปากของคู่แข่งขัน
  7. การโจมตีบริเวณใต้เข็มขัด หรือหว่างขา
  8. การเอานิ้วใส่ปากคู่แข่งขัน
  9. การบิด/ดัดข้อต่อส่วนเล็ก เช่นนิ้วมือ นิ้วเท้า
  10. การโจมตีด้วยการใช้ข้อศอกปักลง
  11. การโจมตีไปที่แนวสันหลังหรือหลังหัว
  12. การโจมตีที่ลำคอ รวมไปถึงการบีบคอ
  13. การข่วน หยิก หรือแคะ แกะ เกาให้เกิดแผล
  14. การจับกระดูกไหปลาร้า
  15. การเตะหัวคู่แข่งขันที่ล้มอยู่
  16. การเข่าหัวคู่แข่งขันที่ล้มอยู่
  17. การเหยียบคู่แข่งขันที่ล้มอยู่
  18. การเกาะกรง (เพื่อควบคุม ยึด หรือเปลี่ยนตำแหน่งด้วยนิ้วมือและนิ้วเท้า)
  19. การจับและดึงกางเกง นวม สนับแข้งและเสื้อของคู่แข่งขัน
  20. ใช้คำพูดส่อเสียดหยาบคายในพื้นที่บริเวณการต่อสู้
  21. การปฏิบัติที่ไม่มีน้ำใจนักกีฬาและนำไปสู่การบาดเจ็บของคู่แข่งขัน
  22. การโจมตีคู่แข่งขันระหว่างช่วงพัก
  23. การโจมตีคู่แข่งขันที่ผู้ตัดสินกำลังตรวจอาการ
  24. การโจมตีคู่แข่งขันเมื่อมีเสียงระฆังหมดยกไปแล้ว
  25. การถ่วงเวลา ด้วยการหลีกเลี่ยงการปะทะกับคู่แข่งขัน การจงใจทำอุปกรณ์หลุดหรือการแกล้งเจ็บ
  26. การทุ่ม โยนคู่แข่งขันออกจากบริเวณการแข่งขัน
  27. การไม่เคารพ ต่อต้าน คำตัดสินของผู้ตัดสิน
  28. การจงใจทุ่ม เอาหัวหรือคอคู่แข่งลงพื้น
  29. การแทรกแซงจากทีมงาน
  30. การใส่วัตถุแปลกปลอมที่ผมหรือร่างกายเพื่อให้ได้เปรียบในการแข่งขัน

 

FOULSThe following acts constitute a foul in mixed martial arts competition:

 

  1. เทคนิคต้องห้าม

นอกเหนือจากการทำผิดกฎที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น เทคนิคที่ห้ามนำมาใช้ในการแข่งขัน ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานมีดังนี้

  1. การโจมตีด้วยข้อศอกและท่อนแขนทุกประเภท
  2. ท่า ฮีลฮุค หรืองัดส้นเท้าเพื่อบิดหัวเข่า
  3. การโจมตีทุกประเภท รวมถึงการบิดล็อคเพื่อส่งแรงไปที่บริเวณ คอ และสันหลัง
  4. การเข่าไปที่หัวในทุกกรณี

 

FORBIDDEN TECHNIQUES In addition to the listed fouls above, techniques that shall remain forbidden in Amateur Mixed Martial Arts contests shall be:

1) Elbow and forearm strikes of any kind


2) Heel Hook


3) Twister, neck crank, can opener, sit through crucifix and/or any submission deemed as applying pressure to the neck or spine


4) Knees to the head of an opponent

 

10) ขั้นตอนดำเนินการเมื่อทำผิดกฎ

สามารถตัดสิทธิแข่งขันเมื่อทำผิดกฎรวมกันหลายครั้งหรือมีการทำผิดกฎอย่างชัดเจน

 

การตัดคะแนนผู้ที่ทำผิดกฎ โดยคณะกรรมการให้คะแนนควรหักคะแนนเมื่อผู้ตัดสินหักคะแนนในแต่ละยก

 

ผู้ตัดสินมีสิทธิเด็ดขาดในการตัดสินเรื่องการทำผิดกฎแต่เพียงผู้เดียว  หากผู้ตัดสินไม่ได้พิจารณาว่าผิดกฎ คณะกรรมการไม่สามารถตัดสินว่า เป็นการทำผิดกฎได้

 

ผู้แข่งขันที่เป็นฝ่ายโดนกระทำผิดกฎ มีเวลาสูงสุดถึง 5 นาที ในการพักฟื้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละกรณี

 

เมื่อมีการทำผิดกฎ และผู้ตัดสินเห็นว่ามีการบาดเจ็บหรืออาจรบกวนการแข่งขัน

1) ผู้ตัดสินควรเรียกหยุดเวลา

2) ผู้ตัดสินควรตรวจสภาพร่างกายและความปลอดภัยของผู้แข่งขัน ฝ่ายที่โดนกระทำผิดกฎ

3) จากนั้น ผู้ตัดสินควรให้ผู้แข่งขันเข้ามุม และแจ้งข้อผิดต่อฝ่ายที่กระทำผิดกฎ รวมไปถึงการแจ้งให้คณะกรรมการหักคะแนน หากมีความจำเป็น

 

หากผู้แข่งขันที่อยู่ด้านล่างทำผิดกฎ ถ้าผู้แข่งขันที่อยู่ด้านบนไม่ได้รับบาดเจ็บ ให้มีการแข่งขันต่อไป

 

1) ผู้ตัดสินจะเตือนผู้แข่งขันที่อยู่ด้านล่างถึงกฎที่ทำผิดด้วยวาจา

2) เมื่อหมดยก ผู้ตัดสินจะพิจารณาการทำผิดกฎและแจ้งทั้งสองฝ่าย รวมไปถึงคณะกรรมการ

 

Disqualification can occur after any combination of fouls or after a single flagrant foul. Fouls resulting in a point[s] being deducted and as signaled by the referee must result in the deduction from the offending contestant’s score and is to be notated by all three judges and official scorekeeper.

Only a referee can assess a foul, if the referee does not call the foul then judges must not make that assessment on their own.

A fouled contestant has up to 5 minutes to recuperate. This is not applicable to all fouls.

If a foul is committed the referee may call time should the fouled contestant show any visible sign of distraction or injury.

1) The referee shall call time.


2) The referee shall check the fouled contestant’s condition and safety.

3) The referee shall then instruct the fouling contestant to a neutral corner, assess the foul to the fouled contestant, deduct points [if required] and notify the judges and official scorekeeper.

If a bottom contestant commits a foul, unless the top contestant is injured, the contest will continue without referee intervention.

1) The referee will verbally notify the bottom contestant of the foul.

2) When the round is over, the referee will assess the foul and notify both corners, the judges and the official scorekeeper.

 

  1.   การบาดเจ็บจากการโจมตีที่ถูกกฎและผิดกฎ
  1. การบาดเจ็บรุนแรงจนต้องยุติการแข่งขัน ที่เกิดขึ้นโดยการโจมตีที่ถูกกฎ ผู้ได้รับบาดเจ็บจะถูกตัดสินแพ้  TKO
  2. การบาดเจ็บที่เกิดจากการทำผิดกฎ
  1. เจตนาทำผิดกฎ
  1. หากผู้ถูกกระทำบาดเจ็บรุนแรงจนต้องยุติการแข่งขัน ผู้ทำผิดกฎจะถูกปรับแพ้
  2. หากบาดเจ็บไม่รุนแรงและสามารถแข่งขันต่อได้ ผู้ตัดสินจะแจ้งให้กรรมการหักคะแนน 2 คะแนน จากผู้แข่งขันที่ทำผิดกฎ
  3. หากการบาดเจ็บในกรณี b) ข้างต้น เป็นเหตุให้การแข่งขันต้องยุติในเวลาต่อมา ผู้แข่งขันที่ได้รับบาดเจ็บจะชนะด้วยการตัดสินทางเทคนิค หากมีคะแนนนำอยู่
  4. หากการบาดเจ็บในกรณี b) ข้างต้น เป็นเหตุให้การแข่งขันต้องยุติในเวลาต่อมา จะตัดสินให้เสมอทางเทคนิคหากผู้ได้รับบาดเจ็บมีคะแนนน้อยกว่าหรือผู้แข่งขันมีคะแนนเท่ากัน
  5. หากผู้แข่งขันได้รับบาดเจ็บในระหว่างที่พยายามทำผิดกฎ ผู้ตัดสินจะไม่ทำการหยุดการแข่งขัน และอาการบาดเจ็บให้ถือว่าเกิดขึ้นโดยถูกกฎ
  1. ทำผิดกฎโดยไม่ได้เจตนา
  1. หากมีการบาดเจ็บรุนแรงจนต้องยุติการแข่งขัน ให้ถือว่าการแข่งขันเป็นโมฆะหากต้องยุติภายในยกที่2 ของการแข่งขันทั้งหมด 3 ยก และภายในยกที่3 ของการแข่งขันทั้งหมด 5 ยก
  2. หากมีการบาดเจ็บรุนแรงจนต้องยุติการแข่งขัน ภายหลังยกที่2 ของการแข่งขันทั้งหมด 3 ยก และภายหลังยกที่3 ของการแข่งขันทั้งหมด 5 ยก  ให้ผู้ที่มีคะแนนนำอยู่ชนะด้วยการตัดสินทางเทคนิค
  3. หากเกิดการบาดเจ็บตามกรณี b) ข้างต้น จะไม่มีการให้คะแนนในยกที่ต้องยุติลง
  4. หากเกิดการบาดเจ็บตามกรณี b) ข้างต้น แล้วผู้ตัดสินมีการหักคะแนน ให้ทำการหักคะแนนจากคะแนนที่ได้รวมไว้

 

INJURIES SUSTAINED BY FAIR BLOWS AND FOULS:

Fair Blows:

If injury is severe enough to terminate a contest, the injured fighter loses by TKO.

         Fouls:

 

Intentional

1) If an injury is severe enough to cause the immediate termination of a contest, the contestant causing the injury loses by disqualification.

2) If an injury is produced and the contest is allowed to continue, the referee
will notify the authorities and automatically deduct 2 points from the contestant who

committed the foul. Point deductions for intentional fouls will be mandatory.


3) If an injury as described in (b) above is the cause of the contest being stopped in a later round, the injured boxer will win by TECHNICAL DECISION, if he is ahead on the scorecards.


4) If an injury as described in (b) above is the cause of the contest being stopped in a later round, the contest will result in a TECHNICAL DRAW, if the injured contestant is behind or even on the scorecards.


5) If a contestant injures himself while attempting to foul his opponent, the referee will not take any action in his favor, and the injury will be the same as one produced by a fair blow.

Accidental

1) Any injury severe enough for the referee to stop the contest immediately, will result in a NO CONTEST if stopped before 2 rounds have been completed in a 3 round contest or if stopped before 3 rounds have been completed in a 5 round contest.


2) Any injury severe enough for the referee to stop the contest immediately after 2 rounds of a 3-round contest, or after 3 rounds of a 5 round contest have occurred, the contest will result in a TECHNICAL DECISION, awarded to the contestant who is ahead on the score cards at the time the contest is stopped.


3) If injury (b) above occurs, there will be no scoring of an incomplete round.


4) If injury (b) above occurs, and the referee penalizes either contestant, then point(s) shall be deducted from the final score.

 

 

  1.  การแบ่งประเภทน้ำหนัก

 

การแบ่งประเภทน้ำหนักในการแข่งขันเป็นดังนี้

  • Straw-weight น้อยกว่า 115 ปอนด์
  • Flyweight ตั้งแต่ 115 ถึง 125 ปอนด์
  • Bantamweight ตั้งแต่125 ถึงto 135 ปอนด์
  • Featherweight ตั้งแต่ 135 ถึง 145 ปอนด์
  • Lightweight ตั้งแต่ 145 ถึง 155 ปอนด์
  • Welterweight ตั้งแต่ 155 ถึง 170 ปอนด์
  • Middleweight ตั้งแต่ 170 ถึง 185 ปอนด์
  • Light Heavyweight ตั้งแต่ 185 ถึง 205 ปอนด์
  • Heavyweight ตั้งแต่ 205 ถึง 265 ปอนด์
  • Super Heavyweight ตั้งแต่ 265 ปอนด์ ขึ้นไป

การชั่งน้ำหนักนักกีฬาผู้เข้าแข่งขันจะมีขึ้นในวันก่อนจัดการแข่งขัน และต่อเนื่องในวันต่อๆไปหากผู้เข้าแข่งขันผ่านรอบที่ลึกขึ้น

 

Weigh-ins for amateur contestants shall before the day of competition, and each subsequent day of competition that an athletes progresses.

  1.  การตรวจสุขภาพผู้เข้าแข่งขัน

4.1      

A) ผู้เข้าแข่งขันจะต้องผ่านการตรวจสุขภาพตามที่ได้บังคับไว้โดยผู้จัดการแข่งขัน โดยจะต้องมีการแสดงผลการตรวจ Hepatitis B (HBsAg), Hepatitis C (HCVsAb) และ HIV   ซึ่งผลการตรวจจะต้องมีอายุไม่เกิน 1 ปี

B) ผู้จัดการแข่งขันจะต้องเป็นผู้จัดหรือควบคุมให้มีการตรวจสุขภาพก่อนการชั่งน้ำหนัก และจะต้องประกาศกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆให้ผู้เข้าแข่งขันและทีมงานรับทราบ

C) การตรวจสุขภาพหลังการแข่งขัน

1) ภายหลังการแข่งขันทันที ผู้แข่งขันจะต้องได้รับการตรวจสุขภาพ เพื่อดูความพร้อมทางร่างกาย

2) ผู้เข้าแข่งขันที่ปฎิเสธการตรวจสุขภาพภาพหลังจากการแข่งขัน จะถูกตัดสิทธ์ทันที

 

14) อุปกรณ์

นวม

  1. นวมที่ในการแข่งขันควรเป็นนวมใหม่ที่อยู่ในสภาพที่ดี ไม่เช่นนั้นให้มีการเปลี่ยน
  2. ผู้แข่งขันจะต้องใส่นวมที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 6 ถึง 8 ออนซ์ โดยผู้จัดการแข่งขันจะทำหน้าที่จัดหาให้ ไม่อนุญาตให้ผู้แข่งขันใช้อุปกรณ์ของตัวเอง

 

ชุดของผู้เข้าแข่งขัน

  1. กางเกง ผู้เข้าแข่งขันจะต้องใส่กางเกงสำหรับศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน ที่ไม่มีกระเป๋าซิป หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นใด นอกเหนือจากตัวกางเกง
  2. ผู้แข่งขันห้ามใส่รองเท้าทุกรูปแบบระหว่างแข่งขัน

 

EQUIPMENT

Gloves:

1) The gloves shall be new for all events and in good condition or they must be replaced. Only gloves supplied by the commission/host regulatory authority with prior approval from the IMMAF Technical Committee can be used for the duration of the competition.

2) All contestants shall wear gloves with protective padding weighing a minimum of no less than 6 ounces and no more than 8 ounces. The gloves for amateur competition shall be recognized as visibly different to those used under professional rules and have the aesthetic of such. Contestants are not permitted to supply their own gloves.


3) Gloves are to be open handed with finger and thumb loops to facilitate grappling. The wrist shall be supported by means of a Velcro strap. No lace up gloves are permitted. 4) Gloves shall be coloured either Red or Blue.

Contestant’s Apparel:

1) Each contestant must wear mixed martial arts shorts/compression shorts. No pockets, zips, fasteners or any foreign substance other than that of the material that the shorts are made of shall be permitted to present on the shorts. No external lace up waistband on the outside of the shorts are permitted, it must be inside the waist band of the shorts.

2) Contestants may not wear shoes of any kind during competition.


All equipment as detailed above is a mandatory requirement under IMMAF competition for all athletes to be worn at all times during competition.

IMMAF understands and gives special dispensation to all cultural and religious belief and practice. Any female athlete wishing to wear either/or long sleeve rash guards and tights to cover the skin can do so with prior written notification to the commission/host regulatory authority.

Shin-guards and rash guards:

1) The use of shin guards and rash guards shall be a mandatory requirement for amateur mixed martial arts competition. The type of shin guard used shall be able to facilitate the grappling aspects associated with competition.


2) As such the preferred type shall be a tight fighting pull-on sock/neoprene type shin guard. The use of shin guards with Velcro type strap fasteners or utilizing any substance other than which the shin guard is made of shall be forbidden.


3) The type of rash guard to be used shall be of tight fighting stretch material and carry 3 letter country codes on the upper back of the garment.


4) All rash guards are to be of short sleeve type. No long sleeve rash guards are permitted. 5) Both the rash and shin guards shall be coloured either Red or Blue.

Groin Protectors:

1) All male contestants must provide and wear a groin protector. Females may choose to wear a groin protector should they so wish.

Mouthpieces:

  1. All contestants are required to wear a well-fitting mouthpiece, which shall be subject to examination and approval.

 

15) ข้อบังคับสำหรับอุปกรณ์และพื้นที่บริเวณการต่อสู้

 

A) พื้นที่บริเวณการต่อสู้

1) ความกว้าง: พื้นที่บริเวณการต่อสู้ควรมีลักษณะกลมหรือมีอย่างน้อย 8 ด้านที่มีความยาวเท่ากัน ไม่ต่ำกว่า 20x20ฟุต และไม่เกิน 32x32 ฟุต   พื้นจะต้องถูกปูด้วยเบาะตามที่คณะกรรมการกำหนด โดยต้องมีเบาะสูงอย่างน้อย1นิ้ว   และต้องขยายเลยขอบพื้นที่ต่อสู้   พื้นเวทีจะต้องมีการห่อหุ้มด้วยวัสดุที่เหมาะสม

  1. รั้ว
  1. บริเวณเวทีจะต้องถูกปิดล้อมด้วยรั้วเพื่อไม่ให้ผู้เข้าแข่งขันตกออกจากเวที จะต้องมีการห่อหุ้มรั้วด้วยวัสดุที่เหมาะสม
  2. บริเวณรั้วจะต้องมีทางเข้า 2 ทาง หากเป็นไปได้ให้อยู่ตรงกันข้ามกัน
  3. ห้ามมีอุปกรณ์อื่นใดเกาะติดกับบริเวณรั้วที่มีการแข่งขัน

 

 

  1. เก้าอีเวที
  1. จะต้องจัดให้มีเก้าอี้เวทีสำหรับผู้แข่งขันทั้ง 2 ฝ่าย โดยจะต้องอยู่ในสภาพที่สะอาดและได้รับการเปลี่ยนหลังการแข่งขันทุกครั้ง
  2. จะต้องจัดให้มีเก้าอี้สำหรับทีมงานผู้เข้าแข่งขันในจำนวนที่เหมาะสม โดยจะต้องอยู่ในสภาพที่สะอาดและได้รับการเปลี่ยนหลังการแข่งขันทุกครั้ง
  1. อุปกรณ์อื่นๆ

สำหรับผู้แข่งขันแต่ละคน ฝ่ายจัดการแข่งขันจะต้องจัดให้มี

  1. ถังน้ำที่สะอาด
  2. ขวดน้ำพลาสติกที่สะอาด

 

FIGHTING AREA REQUIREMENTS

Fighting Area:

1) The fighting area must be circular, or may form another shape such as hexagonal or octagonal and have equal sides and must be no smaller than 20 feet x 20 feet and no larger than 32 feet x 32 feet in diameter/cross section. The fighting area floor shall be padded in a manner as approved by the commission/host regulatory authority with at least a 40mm layer of high-density foam padding. Padding shall extend beyond the ring/fighting area and over the edge of the platform. The ring/fighting area shall have a vinyl covering. Canvas covers are not permitted unless for a single day competition or final.

Fence:

1) The canvas/vinyl floor covering of the fighting area shall be enclosed by a fence made of such material as will not allow a contestant to fall out or break through it onto the floor or spectators; including, without limitation, chain-link fence coated with vinyl. Any metal portion of the fenced area must be covered and padded in a manner approved by the commission/host regulatory authority and must not be abrasive to the contestants.

2) The fenced area must have 2 gated entrances [which must open outward] preferably on opposite sides of the fenced area.

3) There must not be any obstruction on any part of the fence surrounding the area in which the contestants are competing.

Ring Stools:

1) A ring stool of a type approved by the commission/host regulatory authority must be available for each fighting area in use and for both red and blue corners. All ring stools must be thoroughly cleaned or replaced [if damaged/mislaid] after each contest.

2) An appropriate number of stools or chairs shall be available for each contestant’s seconds in the corner.

Other Equipment:

For each contest, the licensed promoter shall provide each contestant’s corner with:

1) A clean water bucket with clean towel

2) A clear plastic bottle containing water.

Only water in clear plastic bottles is to be consumed by athletes at all times during competition.

 

16) ข้อบังคับด้านความปลอดภัย

  1. การพันมือผู้เข้าแข่งขัน
  1. ในทุกประเภทน้ำหนัก การพันมือผู้เข้าแข่งขันจะต้องใช้ผ้าที่มีความนุ่ม ยาวไม่เกิน 20 หลา กว้างไม่เกิน 2 นิ้ว
  2. จะต้องมีการติดเทปเมื่อพันผ้าไปที่มือ

3) ผ้าพันจะต้องถูกพันโดยกระจายโดยรอบให้เท่าๆกัน

4) การพันผ้าบนมือผู้เข้าแข่งขัน จะต้องทำในห้องแต่งตัวโดยมีคณะกรรมการและตัวแทนของฝ่ายตรงข้ามอยู่ด้วย

5) สำหรับทุกกรณี จะต้องมีคณะกรรมการอยู่ด้วยเมื่อผู้แข่งขันทำการสวมนวม

B) อุปกรณ์ป้องกันตัว

1) ผู้แข่งขันชายทุกคนจะต้องใส่กระจับ ที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการ

2) ผู้แข่งขันหญิงทุกคน จะได้สิทธิเลือกอุปกรณ์ป้องกันหน้าอกและกระจับ ที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการ

C) ฟันยาง

นักกีฬาทุกคนจะต้องใส่ฟันยาง ที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการ การแข่งขันในทุกยกจะเริ่มขึ้นไม่ได้ หากนักกีฬาทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ใส่อุปกรณ์ดังกล่าว

  1. หากฟันยางเกิดหลุดระหว่างแข่งขัน ผู้ตัดสินจะต้องเรียกหยุดเวลาและต้องให้ใส่อุปกรณ์ให้เรียบร้อย

 

  1. ชุดของผู้เข้าแข่งขัน
  1. กางเกง ผู้เข้าแข่งขันจะต้องใส่กางเกงสำหรับศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสานที่ไม่มีกระเป๋าซิป หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นใด นอกเหนือจากตัวกางเกง
  2. เสื้อ ผู้แข่งขันชายห้ามใส่เสื้อทุกรูปแบบ
  3. รองเท้า ผู้แข่งขันห้ามใส่รองเท้าทุกรูปแบบระหว่างแข่งขัน
  1. รูปร่างหน้าตาของผู้เข้าแข่งขัน
  1. ผู้แข่งขันจะต้องแสดงออกถึงความพร้อมและความสะอาด
  2. ห้ามใช้อุปกรณ์เสริมที่มีความมัน เช่น ครีม โลชั่น สเปรย์ บนผม ใบหน้า หรือร่างกาย
  3. คณะกรรมการจะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมของใบหน้าหรือหัว ในกรณีที่อาจก่อให้เกิดอันตราย
  4. ผู้เข้าแข่งขันห้ามใส่เครื่องประดับทุกชนิดระหว่างแข่งขัน
  1. อุปกรณ์ทางการแพทย์ในกรณีฉุกเฉิน
  1. ผู้จัดการแข่งขันจะต้องจัดอุปกรณ์ทางการแพทย์ในกรณีฉุกเฉินต่างๆ รวมไปถึงรถพยาบาล ห้ามไม่ให้การแข่งขันเริ่มขึ้นหากไม่มีรถพยาบาลอยู่ในบริเวณนั้น
  2. จะต้องมีแพทย์ประจำสนามอย่างน้อย 1 คน และมีผู้ช่วยทางการแพทย์อย่างน้อย 2 คน หากไม่มีบุคลากรทางการแพทย์ ห้ามให้มีการแข่งขันเริ่มขึ้น
  3. ถุงมือแพทย์ แพทย์สนาม ผู้ช่วยทางการแพทย์ ผู้ตัดสิน และผู้เกี่ยวข้องจะต้องใส่ถุงมือทุกครั้ง

 

วิธีการเอาชนะในการแข่งขัน

 

ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับชัยชนะเมื่อเกิดกรณีดังต่อไปนี้

 

- การชนะน๊อก KO

- การยอมแพ้ด้วยการ Tap Out

- การยอมแพ้ด้วยวาจาหรือ Verbal Tap Out

- ผู้ตัดสินให้ยุติการแข่งขันจากการน็อก หรือ Technical Knock Out TKO

- ทีมงานของนักกีฬาขอให้ยุติการแข่งขัน

- การตัดสินด้วยคะแนน

 

เกณฑ์การตัดสินด้วยคะแนน

 

หากการแข่งขันดำเนินไปจนจบแล้วยังไม่สามารถหาผู้ชนะได้ กรรมการจะเป็นผู้ตัดสิน โดยกรรมการจะให้คะแนนในภาพรวมของการต่อสู้ของทุกๆยกรวมกัน ไม่ได้ให้คะแนนแยกในแต่ละยก ซึ่งจะมีเกณฑ์การให้คะแนนตามกรอบที่อ้างอิงจากระบบ Global Martial Arts Rule Set For Competition ที่มีการใช้ใน ONE Championship

 

โดยมีลำดับความสำคัญของเกณฑ์ต่างๆในการตัดสินคัดเลือกผู้ชนะดังต่อไปนี้

 

เกณฑ์การให้คะแนนตามกรอบของ Global Rules Set เรียงลำดับจากน้ำหนักที่มากที่สุด 1.) ไปจนถึงน้อยที่สุด 5.)

 

1.) การสร้างความเสียหายหรือเป็นการเป็นผู้รุกจู่โจมจนเกือบทำให้เกิดการน๊อก KO หรือเกือบทำให้นักกีฬาอีกคนต้องยอมแพ้จากการถูก Submission

 

2.) สามารถสร้างอาการบาดเจ็บ/ บาดแผลที่ได้รับ โดยจะมีอาการบาดเจ็บแบ่งออกเป็น 3 ระดับขั้นคือ: การบาดเจ็บแบบผิวเผิน การบาดเจ็บแบบสะสม และการบาดเจ็บหรือบอบช้ำจากภายใน

 

3.) การโจมตีออกอาวุธที่หลากหลายและความสามารถในการควบคุมพื้นที่ภายในกรง ให้อยู่ตำแหน่งที่ได้เปรียบเหนือคู่ต่อสู้ รวมไปถึงการควบคุมตำแหน่งที่ได้เปรียบในภาคพื้นดิน

 

4.) ความสามารถในการรวบคู่ต่อสู้ลงพื้น หรือสามารถป้องกันการรวบลงพื้นได้

 

5.) การเป็นฝ่ายบุกและมีความดุดันพยายามในการจะเป็นผู้เผด็จศึก ควบคุมการต่อสู้

 

TYPES OF CONTEST RESULTS: Submission by:

1) Physical Tap Out

2) Verbal tap out

Technical Knockout (TKO) by:

1) Referee stopping contest
2) Referee Stopping the contest on the advice of the Ringside Physician/Corner

Decision via the scorecards, including:

1) Unanimous Decision - When all three judges score the contest for the same contestant

2) Split Decision - When two judges score the contest for one contestant and one judge scores for the opponent

3) Majority Decision - When two judges score the contest for the same contestant and one judge scores a draw

4) Draw, including:
a) Unanimous Draw - When all three judges score the contest a draw b) Majority Draw - When two judges score the contest a drawc) Split Draw - When all three judges score differently

5) Disqualification
6) Forfeit
7) Technical Draw
8) Technical Decision 9) No Contest

In a tournament format where fighter progression and medal placing is needed, no contests and draws cannot be applied. In such instances if the three rounds of competition have resulted in a draw then a fourth period/over time round shall be contested. In the event of a point deduction that results in a score draw in the over time round then the fighter who committed the foul and had the point deduction shall be eliminated from the tournament, the opponent who did not commit the foul advances. This rule can only be applied to the fourth overtime round.

Only in a tournament format should overtime rounds be contested. At all other times the judges evaluation and score remains final.

19) SCORING TECHNIQUES:

Effective Striking/Grappling shall be considered the first priority of round assessments. Effective Aggressiveness should not be considered unless the judge does not see ANY advantage in the Effective Striking/Grappling realm. Cage/Ring Control should only be needed when all other criteria are 100% even for both competitors.

1) Effective Striking/Grappling

Legal blows that have immediate or cumulative impact with the potential to contribute towards the end of the match with the IMMEDIATE weighing in more heavily than the cumulative impact.

Successful execution of takedowns, submission attempts, reversals and the achievement of advantageous positions that produce immediate or cumulative impact with the potential to contribute to the end of the match weigh more heavily than the cumulative impact. It shall be noted that a successful takedown is not merely a changing of position, but the establishment of an attack from the use of the takedown.

Submission attempts that cause an opponent to tire and weaken, taking considerable effort to escape shall be given greater weight when scoring than those attempt that are easily defended and escaped without effort.
High amplitude and impactful throws and takedowns are weighed more heavily than athletes who are tripped or bundled to the mat.

This will be the deciding factor in a high majority of decisions when scoring a round. The

next two criteria must be treated as a backup and used only when Effective Striking/Grappling is 100% equal for the round.

2) Effective Aggressiveness

Aggressively making attempts to finish the fight. The key term is ‘effective. Chasing after an opponent with no effective result or impact should not render in the judges’ assessments

Effective Aggressiveness is only to be assessed if Effective Striking/Grappling is 100% equal for both competitors.

3) Fighting Area Control

Fighting area control is assessed by determining who is dictating the pace, place and position of the match.

Fighting Area Control shall only to be assessed if Effective Striking/Grappling and Effective Aggressiveness is 100% equal for both competitors. This will be assessed very rarely.

Round scoring:

The 10 point must system shall be utilized when scoring a fight. 10–10 Round

A 10 – 10 round in MMA is when both fighters have competed for whatever duration of time in the round and there is no difference or advantage between either fighter.

A 10 – 10 round in MMA should be extremely rare and is not a score to be used as an

excuse by a judge that cannot assess the differences in the round.
10–9 Round
A 10 – 9 Round in MMA is where one combatant wins the round by a close margin.

A 10 – 9 round in MMA is the most common score a judge assesses during the night. If, during the round, the judge sees a fighter land the better strikes, or utilize effective grappling during the competition, even if by just one technique over their opponent, the judge shall give the winning fighter a score of 10 while assessing the losing fighter a score of 9 or less.

A score of 10 – 9 can reflect an extremely close round or a round of marginal domination and/or impact.

10–8 Round
A 10 – 8 Round in MMA is where one fighter wins the round by a large margin.

A score of 10 – 8 does not require a fighter to dominate their opponent for the entire 3 minutes of a round.

The score of 10 – 8 is utilized by the judge when the judge sees verifiable actions on the part of either fighter. Judges shall ALWAYS give a score of 10 – 8 when the judge has established that one fighter has dominated the action of the round, had duration of the domination and also impacted their opponent with either effective strikes or effective grappling maneuvers that have diminished the abilities of their opponent.

  

10–7 Round

A 10 – 7 Round in MMA is when a fighter completely overwhelms their opponent in Effective Striking and/or Grappling and stoppage is warranted.

A 10 – 7 round in MMA is a score that judges will rarely give.

 

 

 

Comment